เหนือกว่าวอลสตรีท ตอน 2/2

เหนือกว่าวอลสตรีท2

จากตอนที่แล้วได้อธิบายในหัวข้อ การเตรียมการลงทุน ซึ่งจะต้องศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทที่เราจะลงทุนในหุ้นอย่างละเอียด ในตอนนี้เราจะเจาะลึกถึงประเภทหุ้นต่างๆ ครับ

คุณสมบัติที่สำคัญของ “หุ้นสมบูรณ์”

  1. เป็นกิจการที่มันดูน่าเบื่อ เรียบง่าย
  2. ทำบางสิ่งบางอย่างที่คนไม่เห็นด้วย
  3. มันเป็นหุ้นที่แตกออกมา = โดยปกติบริษัทที่แตกออกมาจะมีงบการเงินที่แข็งแกร่ง เป็นอิสระ
  4. สถาบันมักจะไม่ถือมัน และนักวิเคราะห์ไม่สนใจ
  5. มันเป็นอุตสาหกรรมที่ไม่โต และมันมีจุดเด่น
  6. คนต้องซื้อมันเรื่อยๆ = ยา น้ำอัดลม ใบมีดโกน
  7. มันเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี = ได้ประโยชน์จากสงครามราคา
  8. บุคคลภายในบริษัทกำลังซื่้อหุ้น และบริษัทกำลังซื้อหุ้นคืน

หุ้นที่ “ปีเตอร์ ลินซ์” จะหลีกเลี่ยง

  1. หุ้นที่ร้อนที่สุดในอุตสาหกรรมที่ร้อนที่สุด เพราะหุ้นร้อนสามารถขึ้นและลงได้เร็ว ราคามันจะขึ้นไปเหนือการคำนวญ

  2. เป็นหุ้นที่กล่าวขวัญมากที่สุด, หุ้นกระซิบ, บริษัทพ่อค้าคนกลาง

  3. ธุรกิจที่โตเร็วเกินอย่าง ดิสก์ไดรว์ และอาจจะเป็นธุรกิจในกระแสเท่านั้น จากนั้น มันก็จะหายไป

  4. หุ้นที่จะเป็นตัวต่อไปจากบริษัทใหญ่ๆ เช่น เป็นตัวต่อไปจาก IBM

  5. หลีกเลี่ยง ยิ่งกระจายยิ่งแย่ = แทนที่จะซื้อหุ้นคืน หรือจ่ายปันผลเพิ่ม บริษัทชอบเผาเงินเล่นๆ ไปกับการลุงทุนในบริษัทอื่นอย่างโง่ๆ และการเข้าซื้อกิจการอย่างไม่มีเหตุผล

กำไร กำไร และกำไร

สิ่งที่คุณกำลังถามอยู่นี้คือ อะไรทำให้บริษัทมีค่า และทำไมมันจะมีค่ามากขึ้นในวันพรุ่งนี้เมื่อเทีบยกับวันนี้ และหุ้นหนึ่งหุ้นนั้นไม่ใช่ล็อตเตอรี่ 1 ใบ แต่มันคือความเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งขอธุรกิจ

มีวิธี 5 ประการที่บริษัทจะสามารถทำกำไรเพิ่มขึ้น

  1. ลดต้นทุน

  2. ขึ้นราคาสินค้า

  3. ขยายเข้าตลาดใหม่

  4. ขายสินค้าในตลาดเดิมให้มากขึ้น

  5. ฟื้นฟูกิจการที่ขาดทุน

การขุดคุ้ย 2 นาที

  • การเรียนรู้ให้มากที่สุดว่าบริษัทกำลังทำอะไรที่สามารถทำให้ความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น

  • สร้างบทพูด 2 นาทีครอบคลุมเหตุผลที่สนใจหุ้นตัวนี้ การประสบความสำเร็จ อุปสรรคที่ขว้างอยู่เช่น หุ้นโตช้า = จ่ายปั้นผลทุกปี, หุ้นวัฏจักร = สภาวะเศรษฐกิจ สินค้าคงคลัง ราคาสินค้า ไตรมาศ โรงงาน, หุ้นสินทรัพย์มาก = ราคาต่อสินทรัพย์, หุ้นฟื้นตัว = การแก้ไขปัญหา ลดหนี้, หุ้นแข็งแกร่ง = PE, หุ้นโตเร็ว = กำไรดีมากในแต่ล่ะปี มีแผนขยายกิจการ หนี้ไม่มาก

ค้นหาความจริง

  • ถ้าบอกว่าแหล่งข้อมูลลึกลับมากเท่าไร คนส่วนใหญ่จะยิ่งเชื่อมากเท่านั้น

  • ถามโบรกเกอร์ให้รายละเอียด เป็นหุ้นประเภทไหน โตเท่าไร เทียบ PE ปัจจุบัน และอดีต เป็นหนี้เท่าไร อย่างไร บุคลากรเป็นอย่างไร มีบุคคลภายในขายหุ้นหรือป่าว และตารางราคาหุ้นเทียบกับกำไรในช่วง 5 ปี การจ่ายปันผลทุกปีหรือไม่ นักลงทุนสถาบันถือหุ้นกี่เปอร์เซน

  • โทรหาบริษัทที่จะลงทุน แผนกนักลงทุนสัมพันธ์ ถามเรื่องกำไร ไม่ควรถามว่า ทำไมหุ้นจึงตก มีอะไรที่เป็น + – สำหรับปีนี้ หรือเยี่ยมสำนักงานใหญ่

  • การเพิ่มของทรัพย์สินหมุนเวียน + ทรัพย์ในความต้องการของตลาด = เพิ่มขึ้นหรือไม่

  • ดูว่าหนี้สิ้นระยะยาวลดลงหรือไม่

  • ทรัพย์สิน – หนี้ระยะยาว = เงินสดสุทธิ ไม่มองหนี้ระยะสั้นทางเงินสดมีเพียงพอ

  • นำทรัพย์สิน หาร จำนวนหุ้น = เงินที่ติดอยู่ในแต่ล่ะหุ้น

ตัวเลขที่มีชื่อเสียง

  • เปอร์เซ้นยอกขาย = ยอดขายของแต่ล่ะ product

  • อัตราส่วนราคาต่อกำไร = PE ต่ำกว่าอัตราการโต แปลว่าจะเจอหุ้นถูก

  • อัตราเติบโตกับกำไร > อัตราเติบโต + ปันผล การ PE ถ้าน้อยกว่า 1 ถือว่าแย่ 1.5 ปานกลาง

  • ปัจจัยทางด้านหนี้ = ทุน 75% หนี้ 25% หนี้ธนาคาร เป็นหนี้ที่แย่ที่สุด หนี้ระยะยาวดีที่สุด

  • ปันผล = ราคาหุ้นจะไม่ตกลงมาก เมื่อเทียบกับไม่จ่ายปันผล และหุ้นตัวเล็กที่ไม่จ่ายปันผล มีโอกาสโตมากกว่าจ่าย

  • มูลค่าหุ้นทางบัญชี = มักจะต่ำกว่า หรือสูงกว่าความเป็นจริง

  • ทรัำย์สินที่ซ้อนเอาไว้ = ที่ดิน อสังหา ค่าความนิยม

  • กระแสเงินสดต่อหุ้น และฐานะการเงินสดต่อหุ้น และดูสินค้าคงคลัง

  • ทุกๆ 2-3 เดือนจำเป็นต้องตรวจสอบเรื่องราวของบริษัท

ส่วนที่ 3 : ภาพระยะยาว

รายการตรวจสอบสุดท้าย

  • โดยทั่วไป ดู PE ในอุตสาหกรรมเดียวกัน เปอร์เซ็นการถือหุ้นโดยสถาบันยิ่งน้อยยิ่งดี บุคคลภายในกำลังซื้อ หรือบริษัทกำลังซื้อหุ้นคืน สถิติการเจริญเติบโตลุ่มๆ ดอนๆ หรือไม่ บริษัทมีงบดุลแข็งแกรงหรือไม่ (สัดส่วนหนี้สินต่อทุน) ฐานะเงินสด

  • หุ้นโตช้า มีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอหรือไม่

  • หุ้นแข็งแกรง มีการกระจายความเสียหายที่อาจจะลดในอนาคตหรือไม่

  • หุ้นวัฎจักร ดูสินค้าคงคลัง และความสัมพันธ์ระหว่าง P x Q ดูคู่แข็งหน้าใหม่

  • หุ้นโตเร็ว สินค้าที่เป็นตัวที่ทำให้บริษัทได้กำไร มีอัตราส่วนมากหรือไม่ โตประมาณ 20%-25% บริษัทยังมีช่องว่างที่จะโต ดูว่านักวิเคราะห์ไม่ค่อยพูดถึง

  • หุ้นฟื้นตัว บริษัทจะเอาตัวรอดจากการถูกยึดทรัพย์หรือไม่ โครงสร้างหนี้ หนทางการฟิ้นตัวที่ชัดเจน การลดต้นทุน หุ้นทรัพย์สินมาก มีสินทรัพย์ซ้อนอยู่หรือไม่ นำหนี้หักออกจากสินทรัพย์ มีการก่อหนี้ใหม่หรือไม่

  • จุดสำคุญ เข้าใจธรรมชาติของบริษัท และเหตุผลเฉพาะที่ถือหุ้น บริษัทใหญ่จะวิ่งช้า หลีกเลี่ยงบริษัทร้อนในอุตสหกรรมร้อน ลงทุนในบริษัทธรรมดา และไม่ค่อยมีใครสนใจ มองหาบริษัทที่ซื้อหุ้นคืนอย่างสม่ำเสมอ

ขอขอบคุณหนังสือดีๆ จาก : Akenarong Suksupakit

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *